วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติของดิฉัน


 

อัตชีวประวัติของดิฉัน

ดิฉันชื่อ นางสาววิลัยลักษณ์ ดำคง ชื่อเล่น เฟิร์น เกิดเมื่อวันพุธที่ 1 ธันวาคม พ..2536 จากวันเกิดฉันก็รู้สึกว่ามันเป็นวันพิเศษสำหรับฉัน เพราะมันเป็นวันตรงกลาง วันที่แรก เดือนสุดท้าย ปัจจุบันฉัน 20 ปี เกิดที่โรงพยาบาลดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฉันเคยมีน้อง น้องของฉันเป็นเด็กผู้หญิง ตอนนั้นฉันอายุได้ 6 ขวบ ทางโรงพยาบาลให้พ่อหรือแม่ไปดูน้องได้แค่สองคน น้องของฉันเกิดก่อกำหนด เนื่องจากทางโรงพยาบาลให้ยาผิด ทำให้แม่เป็นโรคไข่ขาวในปัสสาวะ ภายใน 2 วัน น้องก็เสียชีวิต ฉันจึงเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว

ในช่วงก่อนเข้าอนุบาล ซึ่งตอนนั้นป้าของดิฉันเป็นช่างเย็บผ้า ทางโรงเรียนอนุบาลขวัญยืนได้สั่งตัดชุด แล้วต้องเอาผ้าไปส่งให้กับทางโรงเรียน ป้าและแม่ก็ก็พาฉันไปด้วยทุกครั้ง แม่เล่าให้ฟังว่า ฉันร้องไห้อยากไปโรงเรียนซึ่งแตกต่องกับเด็กคนอื่นๆที่ร้องไห้ไม่อยากไปโรงเรียน ก่อนอนุบาลฉันได้ศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลขวัญยืนเช่นกัน

เมื่อจบอนุบาลฉันได้เข้าศึกษาต่อระดับประถมศึกษาตอนต้นจนจบระดับประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเดิม ซึ่งเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน พ่อไปรับ-ส่งเป็นบางครั้ง บางวันฉันก็เดินกลับจากโรงเรียนกับเพื่อนๆ ในช่วงวัยประถมศึกษาเป็นช่วงที่ฉันประทับใจช่วงหนึ่ง ฉันสอบได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆของห้อง หรือบางปีก็ได้ที่ 1 ทั้งสองเทอม ทางครอบครัวและคุณครูก็ต่างชื่นชม ฉันไม่ได้ชอบแค่การเรียนเป็นอย่างเดียว ชอบที่จะทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เวลาว่างก็เล่นดนตรีไทย ทำให้สนุกผ่อนคลาย และชอบการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อญาติไปเที่ยวไหนก็จะซื้อสมุดวาดภาพ สมุดระบายสี และสีมาฝากดิฉันตลอด

จากนั้นพอเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ฉันอยากเข้าโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่ใครใครก็อยากเข้า อยู่ในเมือง ซึ่งห่างจากบ้านของดิฉันประมาณ 65 กิโลเมตร แต่ดิฉันก็สอบโรงเรียนนี้ไม่ติด ทางครอบครัวก้ให้กำลังใจอยู่เสมอ ฉันจึงได้เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียนดอนสักผดุงวิทย์ ฉันก็ดีใจเช่นกันที่ไดด้เจอกับเพื่อนเก่าจากระดับประถมศึกษา จากที่เราอยู่คนละกลุ่ม หรืออยู่คนละห้อง พอมาถึงมัธยมทำให้เราได้อยู่ห้องเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน และสนิทกันมากขึ้น เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จะเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉันก็ไม่ละความพยายามที่ฉันอยากเข้าโรงเรียนสุราษฎร์พิทยาเมื่อตอนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ฉันจึงขยันอ่านหนังสือและสนใจในการเรียนมากขึ้น เพื่อจะสอบเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนแห่งนี้ให้ได้ ในที่สุดฉันก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งที่ฉันหวังไว้ เมื่อวันที่ฉันไปเรียนวันแรกต้องเรียนรู้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆอีกหลายคน ทำให้ฉันและเพื่อนอีกคนที่สอบติดจากโรงเรียนเดียวกัน ไม่อยากเรียนที่นี่ เนื่องจากยังปรับตัวยังไม่ได้ หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ให้คำแนะนำให้กำลังใจส่วนฉันกับเพื่อนคนนี้ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และที่สำคัญฉันคิดว่าฉันโชคดีที่ได้เจอเพื่อนใหม่ที่ดีทำให้ปรับตัวได้ง่ายและเร็วขึ้น จากนั้นเมื่อฉันได้เห็นเกรดเฉลี่ยตอนมัธยมศึกษาปีที่ 4 เทอม 1 ได้ 2.91 ทำให้ฉันเสียใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยได้ต่ำกว่า 3.00 และบังเอิญยังได้เกรดเท่ากับเพื่อนที่สอบติดด้วยกันอีกด้วย หลังจากนั้นฉันก็ขยันให้มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ได้เกรดเฉลี่ยเทอม2 3.34 และพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น พ่อแม่ก็ให้คำชม คอยชี้แนะให้กำลังใจ เมื่อฉันอยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้ฉันต้องใส่ใจในการเรียนมากขึ้น เนื่องจากจะต้องมีการสอบเข้าในมหาวิทยาลัย ฉันจึงเลือกที่จะเรียนเสริมในโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ หลังจากนั้นทำให้ฉันตัดสินใจได้ว่า ฉันอยากจะประกอบอาชีพครู จึงเลือกที่จะเรียนคณะครุศาสตร์ เอกภาษไทย ฉันได้เห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีคณะครุศาสตร์ แต่ไม่ใช่เอกภาษไทย แต่เป็นหลักสูตรการประถมศึกษา ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่ฉันอยากสอนเด็กในระดับประถมศึกษาพอดี  ตอนที่ฉันสอบติดคณะนี้ฉันรู้สึกดีใจมากก่อนหน้านี้ฉันก็สอบติดมาสองที่ แต่ยังไม่ตรงกับคณะที่ฉันต้องการฉันจึงปรึกษาพ่อและแม่ทำให้ฉันตัดสินใจเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทางครอบครัวก้เห็นด้วยและเคารพการตัดสินใจของฉัน ทำให้ฉันต้องเรียนรู้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เนื่องจากต้องเข้ามาเรียนที่กรุงเทพมหานคร อยุ่ห่างไกลพ่อกับแม่พ่อสมควร แต่พ่อและแม่ก็ยังเหมือนเดิมคอยให้คำแนะนำ คอยห่วงใยให้กำลังใจไม่เคยห่าง แลในทุกช่วงทุกวัย ทำให้ฉันได้เรียนรู้ได้คิด ได้พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ปัจจุบันได้ศึกษาอยุ่หลักสูตรการประถมศึกษาปีที่ 2 คณะครุสาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ชีวิตในอนาคตที่ฉันหวังไว้ ฉันอยากจะเป็นครูที่ดีในอนาคต อยากเป็นผู้ให้ สอนให้ศิษย์เป็นคนดีในสังคม มีความรู้ ความสามารถ ในการดำรงชีวิต คอยเลี้ยงดูพ่อแม่ และครอบครัวให้สุขสบาย ทำในสิ่งที่พ่อแม่หวังไว้และภูมิใจในในตัวลูกสาวคนนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น